|
บทคัดย่อ
จุดมุ่งหมายประการต้นของโครงการวิจัยเรื่อง "การศึกษาไทยทางเลือกในอนาคต" ได้แก่ความพยายามที่จะชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลและผลกระทบของแนวทาง "กระแสหลัก" ที่มีต่อสังคมไทย โดยเฉพาะการพัฒนาประเทศกระแสหลัก ภายใต้โครงสร้างและการอำนวยการจากฝ่ายรัฐ ได้ก่อผลกระทบในทางหายนะให้แก่ประชาชนอย่างใหญ่หลวง พร้อมๆ กับทำลายระบบนิเวศมาโดยตลอด
สาเหตุนั้นก็เนื่องมาจากเนื้อหาทางธรรมชาติของรัฐสมัยใหม่นั้น รัฐบาลคือผู้ใช้อำนาจและควบคุมระบบการศึกษาของสังคม การศึกษาจึงถูกใช้เป็นกลไกเผยแพร่วาทกรรมของชนชั้นนำ รัฐได้ใช้การศึกษาเป็นเครื่องนำทางความคิด วิถีชีวิต ฯลฯ ของประชาชนให้ไปสู่ผลที่ตนพึงประสงค์ และแม้ว่าในทางอุดมคตินั้น รัฐมีภาระหน้าที่สร้างสรรค์บ้านเมืองเพื่อให้เกิดความสุขสมบูรณ์แก่คนในสังคม แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา รัฐไทยได้สถาปนาโครงสร้างและกลไกในทุกๆ ภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการศึกษาปัจจุบันได้ถูกนำมาใช้ในฐานะของเครื่องมือเผยแผ่วาทกรรมการพัฒนา(Development Discourse) ซึ่งนับเป็นหัวใจของระบบทั้งหมด ที่แม้ในทางอุดมคติจะฟังดูสวยหรูงดงาม หากแต่ในทางปฏิบัตินั้นกลับกลายไปในทางทำลายล้างประโยชน์สุขของผู้คนส่วนใหญ่ที่ลำบากยากจน ซึ่งจากผลกระทบประการนี้เอง ที่เป็นคำไขต่อประเด็นปัญหาที่ว่า "ทำไม"สังคมไทยจึงจำเป็นต้องมี "การศึกษาทางเลือก"
อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ตามสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันก็คือ แม้ในท่ามกลางการเบียดเบียนบีฑาจาก "กระแสหลัก" ดังกล่าว โดยเฉพาะตลอดระยะเวลา ๓๐-๔๐ ปีที่ผ่านมานี้ ประชาราษฎรและสังคมไทย ก็ได้สร้าง "กระแสทางเลือก" ของการพัฒนา ทั้งที่เกิดขึ้นจากภูมิธรรมดั้งเดิมอย่างเป็นธรรมชาติ และการรวมตัวจัดตั้งโดยวิธีการจัดองค์กรอย่างใหม่เพื่อการแก้ไขปัญหา ดังมีตัวอย่างของการฟื้นตัวที่น่าสนใจของชุมชน ที่ก่อให้เกิดการแพทย์ทางเลือก เศรษฐกิจทางเลือก วัฒนธรรมชุมชน การศึกษาทางเลือก ฯลฯ อันหมายถึงการมีทางเลือกให้กับวิถีชีวิตระดับชุมชน
กล่าวโดยจำเพาะเจาะจงถึงเรื่องของ "ทางเลือก" นั้น แม้การวิจัยฯ จะเน้นความสำคัญไปในเรื่องของการศึกษา หรือกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของทุกกิจกรรมของมนุษย์และสังคมแล้ว ขณะเดียวกันนั้นก็มีความจำเป็นที่จะต้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ความพากเพียรพยายามที่จะต้องทำให้การศึกษาทางเลือกเกิดมีขึ้นนั้น มิใช่เป็นเรื่องของปัจเจกชนที่ปลีกตัวถือสันโดษ หรือของคนเพียงกลุ่มๆ เดียว ที่แสวงหาความรอดหลุดพ้นจำเพาะตัว หรือไร้ทิศทาง หากแต่งานวิจัยฯ สมควรที่จะต้องนำเสนอภาพแนวโน้มใหม่ในความเป็นจริง ซึ่งกำลังก่อปรากฏขึ้นในสังคมไทยขณะนี้ว่า การดิ้นรนขวนขวายทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบกระบวน อันปรากฏออกมาเป็นแนวทางของ "การพัฒนากระแสรอง" ทั้งนี้โดยใช้ประสบการณ์ของผู้วิจัยซึ่งได้ร่วมคลุกคลีในขบวนการความคิดและปฏิบัติทางการศึกษาทางเลือกทั้งในและนอกประเทศตลอดเวลากว่า ๕ ทศวรรษเป็นกรอบในการพิจารณา วิเคราะห์และสังเคราะห์ การศึกษาทางเลือกในอนาคตของสังคมไทยและระดับสากล
ตัวอย่างรูปธรรมของการศึกษาทางเลือกในระดับประเทศและภูมิภาค เช่น การศึกษาทางเลือกแนวพุทธ ทั้งจากประสบการณ์ของเสมสิกขาลัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การศึกษาทางเลือกสำหรับพระภิกษุและแม่ชี : เสขิยธรรมวิทยาลัย กรณีเวทีสุขภาพคนจน เสมสิกขาลัย การศึกษาทางเลือกของนักศึกษาและเยาวชน ตลอดจนปฏิบัติการศึกษาแบบโฮมสกูล ที่ทั้งหมดนี้มีส่วนชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการกำหนดชะตากรรมหรือสิทธิที่จะเลือกวิถีชีวิตของตนโดยการสร้างวัฒนธรรมทางเลือกที่เป็นการพัฒนากระแสรอง โดยอาจมีศาสนาและวัฒนธรรมเป็นแนวนำ อันสามารถไปพ้นการชี้เป็นชี้ตายจากอำนาจรัฐส่วนกลางได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในกรณีเช่นนี้ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพาดพิงเกี่ยวข้องกับเนื้อหาโครงสร้างสังคมการเมือง กล่าวคือในการก่อให้เกิดการศึกษาทางเลือก วิถีชีวิตชุมชนทางเลือก ฯลฯ ก็จำเป็นต้องแตะต้องถึงปัญหาระดับโครงสร้าง โดยการเปิดพื้นที่ในทางการเมืองให้ปัจเจกชนคนเล็กคนน้อยด้วย
นอกจากนี้งานวิจัยฯ ยังได้บ่งชี้ถึงแนวโน้มใหม่ๆ ในเรื่องทางเลือก ทั้งระดับโลกที่ควรแก่การสำเหนียก หรือการพัฒนากระแสรองซึ่งไปพ้นกระแสทุนนิยม บริโภคนิยมที่น่าสนใจ เช่นมหาวิทยาลัยนาโรปะ สหรัฐอเมริกา ฯลฯ พร้อมๆ กับที่ได้ประมวลเอาทฤษฎีใหม่ทางการเรียนรู้ของกระบวนการศึกษาทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาแนวพุทธที่มีไตรสิกขา หรือศีล สมาธิ ปัญญา เป็นตัวนำ ไปจนถึงทฤษฎีเรื่องข่ายใยชีวิต (Web of Life) ซึ่งกำลังแสดงแนวโน้มทางการเคลื่อนย้ายเชิงกระบวนทัศน์อย่างมีนัยสำคัญในปัจจุบันเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงพื้นฐานทางทฤษฎีของปฏิบัติการทางเลือกในเรื่องการศึกษาที่น่าสนใจต่างๆ ทั้งหมดนี้เพื่อการตอบคำถามทางการวิจัยว่า การศึกษาทางเลือกนี้จะดำเนินไปเพื่อใคร หรือกลุ่มเป้าหมายใด อาทิ ประชาชนทั่วไป สังคมใดสังคมหนึ่ง ชุมชน ภูมิภาค หรือว่าเป็นในระดับโลก ซึ่งต่อเมื่อนิยามว่าจะทำไป "เพื่อใคร" ได้แล้ว จึงจะสามารถสร้างยุทธศาสตร์สำหรับการศึกษาทางเลือกเพื่อบรรลุถึงเป้าหมายได้อันเป็นความก้าวหน้าในลำดับต่อไป
โครงการวิจัยการศึกษาไทยทางเลือกในอนาคตต้องการที่จะตอบปัญหาว่า จะสร้างความเข้าใจและตื่นตัวให้ในภาคประชาชน ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพได้อย่างไร และอะไรคือเครื่องกั้นการคิดอย่างเป็นอิสระของขบวนการประชาชน โดยเฉพาะกติกาทางสังคมที่ขาดความยุติธรรม จนกระทั่งกลายเกิดเป็นขบวนการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพและความเป็นประชาธิปไตยในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ และพฤษภาคม ๒๕๓๕ ไปจนถึงการก่อรูปขึ้นของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปีพ.ศ.๒๕๔๐ ว่ากิจกรรมและมาตรการเหล่านั้นส่งเสริมหรือขัดขวางการสร้าง "โครงสร้าง" ที่เป็นทางเลือกให้แก่ วัฒนธรรมความคิด รวมไปถึงความสามารถกำหนดชะตากรรมของตนเองในระดับชุมชนท้องถิ่นหรือไม่ อย่างไร และถ้าหากว่าไม่แล้ว ในกระบวนการศึกษาทางเลือกจะเข้ามีส่วนอย่างสำคัญในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาในขั้นโครงสร้างต่อไปได้อย่างไร
กล่าวจำเพาะกรณีเรื่องการศึกษา งานวิจัยฯ ได้วิเคราะห์ถึงเหตุและปัจจัยในทางอุปสรรคขวางกั้นความสามารถของประชาราษฎรที่จะก่อรูปกระบวนคิดใหม่ เพื่อเป็นพื้นฐานของการเสริมสร้างความเข้มแข็งในกระบวนการเรียนรู้ อย่างอาจที่จะนำพาตัวเองให้หลุดพ้นไปจากกรอบความคิดอย่างตายตัว เช่นเรื่อง ถูก-ผิด เก่า-ใหม่ ซ้าย-ขวา ทุนชาติ-ทุนข้ามชาติ ฯลฯ เสียได้ กระทั่งในขั้นต่อไปประชาชนอาจสังเคราะห์ขึ้นเป็นกระบวนการการศึกษาทางเลือกอย่างแท้จริง
ผลได้จากการศึกษาตามโครงการวิจัยการศึกษาไทยทางเลือกในอนาคต ทำให้ได้พบว่าจำเป็นที่สังคมไทยจะต้องมีแนวคิดที่ชัดเจนของพื้นฐานเกี่ยวกับทางเลือก มีความเข้าใจในปัญหาของระบบการศึกษาอย่างที่เป็นอยู่ จึงจะสามารถมองเห็นและดำเนินการเกี่ยวกับระบบการศึกษาทางเลือกที่บังเกิดขึ้น ดำรงอยู่ และเติบใหญ่ต่อไปได้อย่างเป็นจริง ไม่เพ้อฝัน บนฐานรองรับที่แม้จะเป็นไปในฝ่ายของกระแสรองก็ตามที
บทความที่เกี่ยวข้อง
|